องค์บาก 3
วันที่เข้าฉาย2010-05-06
แนวหนังแอ๊คชั่น
ผู้กำกับพนม ยีรัมย์, พันนา ฤทธิไกร
นักแสดงพนม ยีรัมย์, นิรุตติ์ ศิริจรรยา, ศรัณยู วงศ์กระจ่าง, พริมรตา เดชอุดม, เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา, ชูพงษ์ ช่างปรุง

หลังจากพ่ายแพ้แก่ ภูติสางกา (เดี่ยว ชูพงษ์) สูญเสียทั้ง 2 บิดา ออกญาสีหเดโช (สันติสุข พรหมศิริ) และ เชอนัง (สรพงษ์ ชาตรี) รวมทั้งบรรดาพี่น้องแห่งชุมโจรผาปีกครุฑ ทุกศาสตร์ยุทธ์ที่ถูกบ่มเพาะฝึกฝนมาทั้งชีวิตของเทียน (จา พนม ยีรัมย์) ล้วนถูกทำลายย่อยยับจนหมดสิ้น ต้องโทษฑัณฑ์ถูกทรมานพิการเจียนตาย เหลือเพียงแค่ลมหายใจอันรวยริน ฤาชีวิตทั้งมวลล้วนจบสิ้นลง ดั่งคำทำนาย เมื่อครั้งถือกำเนิด ยามใดจับต้องศาสตรา ชีวิตจักมืดมนต้องโทษทุกข์แสนสาหัส ท่ามกลางบ่วงกรรมที่ยังคงดำเนินเกี่ยวพันสืบเนื่องต่อไป บัดนี้ร่างที่ไร้ชีวิตของบุรุษนักสู้ผู้เป็นตำนานได้รับความช่วยเหลือถูกลำเลียงขนย้ายส่งต่อไปยังหมู่บ้านอโรคยา ที่ในอดีต เทียน และ พิม (จ๊ะจ๋า พริมตา เดชอุดม) เคยใช้ชีวิตเติบโตเรียนรู้เรื่องสมุนไพรใบยาบ่มเพาะสมาธิ ซึมซับวิชาโขนนาฏศิลป์ โดยมีเหล่าผู้คนในหมู่บ้านทั้งหมดไม่เว้นแม้แต่เด็กเล็กผู้เฒ่าผู้แก่ หรือกระทั่งคนบ้าที่ไร้สติแต่ไม่เคยมีพิษภัยกับใครอย่าง ไอ้เหม็น (หม่ำ จ๊กมก) ก็ต่างมาร่วมกันหลอมจิต
ศรัทธารวมเป็นหนึ่งช่วยกันหล่อพระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์ขึ้นเพื่อส่งจิตระลึกให้เทียนฟื้นคืนสติกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ขณะที่พิมเองได้นำเอาท่วงท่าการร่ายรำดัดตัวตามรูปแบบของนาฏศิลป์โขนโบราณ มาช่วยในการรักษาบำบัดร่างกายที่เสื่อมสลายโดยมีครูบัว (นิรุตติ์ ศิริจรรยา) ที่ปัจจุบันกลายเป็นพระบัวเปิดทางให้เทียนได้เริ่มต้นเข้าสู่สมาธิเพื่อฝึกควบคุมร่างกาย กล่อมเกลาสภาวะจิตให้นิ่ง เรียนรู้และต่อสู้กับด้านมืดในใจ เพื่อบรรลุถึงจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์ที่หลับใหล หลอมหลวมเข้ากับ พลังศรัทธาอันแรงกล้า จากธาตุธรรมชาติทั้ง 4 ดิน น้ำ ลม ไฟ ผสมผสาน จนก่อเกิดการค้นพบ นาฏยุทธ์ ศาสตร์และศิลปะการต่อสู้อันทรงอานุภาพอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน
ในขณะที่แผนการณ์ต่างๆ ของพระยาราชเสนา (ศรัณยู วงษ์กระจ่าง) ล้วนแต่บรรลุตามความประสงค์แทบทั้งสิ้น โดยมีเป้าหมายหลักคือ การก้าวขึ้นสู่ความเป็นจอมราชันย์ที่พร้อมสยบทุกสิ่ง และแน่นอนว่าเมื่อรวมเหล่านักฆ่ามากฝีมือ และบรรดาไพร่พลที่มีอยู่รายล้อมรอบตัวอันมากมายมหาศาลด้วยแล้ว ภายใต้ผืนนภา และเหนือพื้นพสุธาอันกว้างใหญ่ไพศาลย่อมไร้ซึ่งผู้กล้ารายใดที่คิดจะต่อกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ ภูติสางกา ฑูตสังหารที่มาพร้อมกับ ภูติยุทธ์ ศาสตร์การต่อสู้ที่ไร้รูปแบบและร่องรอย อยู่เคียงข้างและรวมเป็นหนึ่งเดียวด้วยแล้ว ดูเหมือนว่าทุกสรรพสิ่งล้วนสยบนิ่งอยู่แทบเท้าเลยทีเดียว และทันทีที่พระยาราชเสนารู้ว่าบัดนี้เทียนได้รับการชุบชีวิตจากชาวหมู่บ้านคณะโขนด้วยแล้ว คำสั่งเลือดและการระดมเหล่าทหารและขุมกำลังทั้งหมดถูกส่งไปเพื่อทำลายร้างและเข่นฆ่าผู้คนในหมู่บ้านที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างทันท่วงที โดยที่ตัวพิมเองถูกทหารจับตัวกลับไปยังพระราชวังเพื่อสำเร็จโทษอาญาคชฑัณฑ์ (ใส่ตะกร้อให้ช้างเตะ) ต่อหน้าหมู่ทาสและกลุ่มประชาชนทั้งหมด
ทำให้เทียนที่บัดนี้กำลังเรียนรู้และก้าวเข้าสู่วิถีสมาธิอันสงบนิ่ง ต้องยอมละตัวเองออกจากดวงจิตอันบริสุทธ์เพื่อเผชิญกับวิบากกรรมและขวากหนามที่เป็นอุปสรรคซึ่งถูกลิขิตไว้อย่างไม่จบสิ้น จากเหล่าอริราชแลศัตรูอันชั่วร้ายที่ยังคงหมายที่จะคร่าเอาชีวิตเทียน ไม่ว่าจะเป็น ภูติสางกา หรือ พระยาราชเสนา เอง ในขณะเดียวกันดูเหมือนว่า ความแค้นและพลังจากด้านมืดในจิตของของเทียนเอง ก็พร้อมที่จะถาโถมเข้าครอบงำ ทำลายและทำร้ายเทียนตลอดเวลา ทางเดียวที่จะเอาชนะกรรมที่เริ่มก่อตัวขึ้น นั่นคือต้องเผชิญหน้าและเรียนรู้ที่จะควบคุมและเอาชนะจิตใจตนเองให้ได้
แม้ร่างกายจะดับสลาย แต่หากดวงจิตยังเข้มแข็งไม่ดับสูญ
หนทางแห่งชีวิตจักถือกำเนิดใหม่ขึ้นอีกครา
เพียงหลอมรวมจิตศรัทธาอันมุ่งมั่น เรียนรู้จิตสับประยุทธ์
จงต่อสู้ด้านมืดในใจตน นำไปสู่การค้นพบ ก่อเกิด นาฏยุทธ์
ศาสตร์และศิลปะการต่อสู้อันทรงอานุภาพอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
จ๊ะจ๋า เล่น องค์บาก 3″ ยอมเลิฟซีนคู่ จา-พนม

ใช่ว่าในหนัง องค์บาก 3 จะมีแต่ฉากบู๊แอ๊คชั่นของพระเอก จา-พนม ยีรัมย์ เท่านั้น แต่ยังมีความอ่อนหวานที่เน้นอารมณ์ แถมยังมีบทเลิฟซีนของนางเอกสาว จ๊ะจ๋า-พริมรตา เดชอุดม ให้ได้ชมกันด้วย และมั่นใจว่าข่าวคราวเรื่องหนี้สินและการฟ้องร้องของจา ไม่มีผลต่อหนังหรือกระทบ นักแสดงคนอื่นๆ งานนี้นอกจากจะอัพเดทเรื่องหนังของจ๊ะจ๋าแล้วยังต้องขออัพเดทเรื่องหัวใจด้วย
จ๊ะจ๋า เปิดเผยว่า ปีหน้าก็จะมีหนังเรื่อง องค์บาก 3 ค่ะ ภาคนี้จะเน้นดราม่า ส่วนของจ๋าไ ม่ต้องบู๊ แต่จะเป็นเรื่องของความรัก อ่อนโยน และก็มีศิลปวัฒนธรรมของเอเชีย เรื่องของการรำเข้ามาด้วย ก็จะค่อนข้างยาก นับเป็นจุดเด่นเลยค่ะ และภาคนี้พี่จาบู๊ไม่มากแต่จะเน้นที่อารมณ์มากกว่า ก็มีฉากรักนิดหนึ่งค่ะ แต่ว่าก็ขึ้นอยู่กับการตัดต่อว่ามากน้อยแค่ไหน อันนี้ไม่ต้องใช้สแตนด์อิน คือตัวพี่จาเองก็ ไม่เคยเล่นดราม่าหรือว่าเลิฟซีนเลย จ๊ะจ๋าก็เขินมากเหมือนกัน เพราะว่าทั้งกองมีแต่ผู้ชาย แล้วก็เล่นตรงหน้าผาใหญ่มาก ต้องไปติดตามในภาพยนตร์ค่ะ ส่วนเรื่องส่วนตัวของพี่จาก็ไม่ค่อยทราบเรื่อง เราไม่ได้ติดต่อกันขนาดนั้น ตอนนี้หนังก็ถ่ายเสร็จแล้ว
จะมีผลกระทบอะไรกับนักแสดงไหม? ไม่มีผลค่ะ แต่ก็ติดตามข่าวอยู่เรื่อยๆ ค่ะ จ๊ะจ๋าเองก็ไม่ค่อยทราบข่าวนะ แต่ว่าเรื่องไหนที่ค่อนข้างจะอ่อนไหวกับตัวเขาหรือว่ากังวลใจ เราเองเป็นเพื่อนร่วมงานก็คงจะให้กำลังใจ แต่ว่าถ้าจะให้ถามพี่จาก็คงจะไม่ใช่ ก็เป็นห่วงอยู่ห่างๆ
อัพเดทเรื่องหัวใจหน่อย? ตอนนี้ก็เรื่อยๆ ค่ะ ยังไม่มีอะไรเป็นพิเศษ โสดสนิทค่ะ ก็มีคนเข้ามาบ้าง แต่ว่าจ๊ะจ๋าเองยังไม่เปิดรับใครเป็นพิเศษ ช่วงนี้จ๋าเองยังไม่พร้อม แต่ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ก็คงจะได้เห็นเอง เพราะว่ายุคนี้ไม่มีใครที่จะมานั่งปิดอะไรแล้ว จ๊ะจ๋าไม่ได้ปิดตัวเองนะ แต่ว่าไม่พร้อมที่จะ คอยไปดูแลใคร เอาเวลาไปดูแลครอบครัว ดูแลงานที่ทำดีกว่า
ที่มา/เดลินิวส์

อีกไม่นานแล้ว ก็ใกล้จะถึงวันที่ บุรุษผู้นี้ จะเข้ามาปิดตำนานที่คนทั้งประเทศหรืออาจจะทั้งโลกรอคอยอยู่ กับ จา พนม แห่ง องค์บาก3 กับโปสเตอร์ทีเซอร์ภาพนี้ ถ้ายังจำกันได้ ตอนจบของภาคที่แล้ว ก็โดนจับไปแบบอึ้งกันทั้งโรงว่า อ้าว ไหงงั้นหล่ะ มาภาคนี้ พี่แกก็คงจะออกมาล้างแค้น แล้วก็ล้างแค้น
สำหรับแฟนๆที่แวะเข้าโรงหนังในช่วงนี้ คงได้เห็นทีเซอร์สั้นๆ ความยาว1 นาที ที่ฉายในโรงหนังกันบ้างแล้ว ว่า น่าสนใจขนาดไหน อีกไม่นานเอ็มไทยจะเอามาลงให้ดูบ้างนะ ส่วนกำหนดฉายหนัง ประกาศไว้ ณ ที่นี้เลยว่า 5 พ.ค. วันฉัตรมงคลนั่นเลย ยิ่งใหญ่เกรียงไกร ส่วนตอนนี้เรามาดูกันก่อนว่า เราจะเห็นอะไรในองค์บาก3 บ้าง

5 พ.ค. 52 จะได้พบกับบทสรุปของตำนานองค์พระหน้าบาก รวมไปถึงชะตากรรมของ เทียน (จา พนม ยีรัมย์) และเรื่องราวการต่อสู้ของบุรุษผู้เกิดมาเพื่อเป็นตำนานอย่างแน่นอน องค์บาก 2 ฉายไปเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2551 นานพอสมควร คงต้องหยิบมาดูซ้ำอีกรอบแล้ว จะลืมแล้ว แหะแหะ